DoubleAphrodite

whatever i read, write, listen, or send

ประวัติเอกสารจากหมวดหมู่ ‘Review’

นานาทรรศนะต่อสิ่งต่างๆรอบตัว เช่น หนัง เพลง เกม บทความ ข่าว ฯลฯ

แปล ‘And I love you so’ by Don McLean, แล้วฉันก็รักเธอมาก(เหลือเกิน)

Posted by doubleaphrodite บน 21/03/2012

วินาทีแรกที่ได้ยินเมโลดี้ของเพลงนี้ รู้สึกดนตรีว่าเก่าจัง แต่…พอตั้งใจฟังไปเรื่อยๆ ดนตรีสบายๆบวกเข้ากับเนื้อเพลงซื่อๆ (พอๆกับเสียงคนร้อง) กับคำเปรียบเทียบคมๆ ทำให้นึกไปถึงภาพของคนรักหน้าตาซื่อๆคนนึงที่ไม่รู้จะอธิบายความรักของตัวเองยังไง พยายามหยิบยกนู่นนี่มาพูด แต่ยังไงก็ยังฟังดูไม่สละสลวยสวย(เว่อร์) มีก็แต่คำพูดทื่อๆ และคำพูดซ้ำๆที่ว่า ‘And I love you so’ โอ้…เคลิ้มมมม

ไม่ต้องสวยหรูอะไร… แค่นี้… ก็ทำให้หลงรักเพลงนี้อย่างไม่รู้ดัว … แล้วฉันก็รักเธอ (เพลงนี้) มากเหลือเกิน

 

 

 

And I love you so                                    แล้วฉันก็รักเธอมากเหลือเกิน
The people ask me how                         ผู้คนมากมายไถ่ถามฉัน
How I’ve lived till now                          ว่าฉันอยู่มาได้อย่างไรจนถึงป่านนี้
I tell them I don’t know                        ฉันได้แต่ตอบไปว่าฉันไม่รู้

I guess they understand                        ฉันเดาว่าพวกเขาน่าจะเข้าใจ…
How lonely life has been                       ถึงความเงียบเหงาอ้างว้างของชีวิต
But life began again                                แต่ชีวิตมันกลับเริ่มต้นอีกครั้ง
The day you took my hand                   ในวันที่เธอกุมมือฉันเอาไว้

And yes, I know how lonely life can be                   และใช่ ฉันรู้ดีว่าชีวิตหนึ่งจะเงียบเหงาได้เพียงไหน
The shadows follow me                                             เงามืดเหล่านั้นที่คอยไล่ตามฉัน
And the night won’t set me free                              และรติกาลที่ไม่เคยปลดปล่อยฉันไป
But I don’t let the evening get me down                แต่ฉันจะไม่ยอมให้ยามสนธยามาทำให้ฉันทดท้ออีก
Now that you’re around me                                     ก็ตอนนี้… ฉันมีเธออยู่ข้างกาย

And you love me too                                                  และเธอก็รักฉันตอบ
Your thoughts are just for me                                 ความคำนึงถึงของเธอมีไว้เพียงเพื่อฉัน
You set my spirit free                                                 เธอปลดปล่อยจิตใจของฉัน
I’m happy that you do                                               ฉันมีความสุขเหลือเกินที่เธอทำเช่นนั้น

The book of life is brief                                             หนังสือแห่งชีวิตช่างแสนสั้น
And once a page is read                                            และเมื่อหน้าหนึ่งได้ถูกอ่านไปแล้วนั้น
All but love is dead                                                    ทุกอย่างก็ตายไปสิ้น ยกเว้นเพียงแต่ความรัก
That is my belief                                                         นั่นคือสิ่งที่ฉันเชื่อ

And yes, I know how lonely life can be                   และใช่ ฉันรู้ดีว่าชีวิตหนึ่งจะเงียบเหงาได้เพียงไหน
The shadows follow me                                             เงามืดเหล่านั้นที่คอยไล่ตามฉัน
And the night won’t set me free                              และรติกาลที่ไม่เคยปลดปล่อยฉันไป
But I don’t let the evening get me down                แต่ฉันจะไม่ยอมให้ยามสนธยามาทำให้ฉันทดท้ออีก
Now that you’re around me                                     ก็ตอนนี้… ฉันมีเธออยู่ข้างกาย

And I love you so                                    แล้วฉันก็รักเธอมากเหลือเกิน
The people ask me how                         ผู้คนมากมายไถ่ถามฉัน
How I’ve lived till now                          ว่าฉันอยู่มาได้อย่างไรจนถึงป่านนี้
I tell them I don’t know                        ฉันได้แต่ตอบไปเพียงว่าฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน

เขียนแล้วใน ลองฟังแล้ว..., แปลๆๆ | Tagged: , , , , , | Leave a Comment »

Cuthberts Coffee ชิคๆชิลๆในย่านธุรกิจของ Edinburgh

Posted by doubleaphrodite บน 12/03/2012

มาเยือนเอดินทีไร ร้านกาแฟที่มักจะมีการบอกต่อ(เรื่องรสชาติ)กันก็เห็นจะได้แก่ Artisan หรือไม่ก็ Kilimanjaro ซึ่งก็ต้องยกให้ทั้งสองร้านนี้จริงๆค่ะ แต่.. ถ้าใครกำลังมองหาร้านกาแฟรสชาติดีไม่แพ้กันแล้วตกแต่งร้านแบบชิคๆ สไตล์โมเดิร์นยุโรป ผู้คนไม่พลุกพล่าน (ในช่วงเวลาทำงานและวันหยุด) เท่าสองร้านข้างต้น ลองพิจารณาร้านนี้เป็นตัวเลือกดูค่ะ Cuthberts Coffee ซึ่งได้รับการแนะนำเอาไว้ใน TripAdviser พอสมควรค่ะ

ส่วนตัวแล้วชอบร้านนี้มาก (โดยเฉพาะเวลาที่คนไมเยอะ) เพราะความกว้างขวางและเพดานสูง รวมทั้งหน้าต่างบานใหญ่ มันทำให้ร้านดูโปร่ง นั่งสบายค่ะ ยิ่งถ้าวันไหนแดดดีๆนะคะ จองโต๊ะริมหน้าต่างไว้ได้เลย อีกอย่างลูกค้าในร้านถ้าไม่เป็นคนทำงาน (วันธรรมดา) ก็จะเป็นครอบครัวเล็กๆ (วันหยุด) เพราะฉะนั้น เรื่องคุยกันเสียงดังๆไม่ค่อยมีค่ะ ใครชอบนั่งอ่านหนังสือในร้านกาแฟนะ สบายยยย…

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับร้านนี้อีกอย่างก็คือว่า กาแฟและชาที่ใช้ในร้านรับมาจากร้านชื่อดังของเมืองค่ะ แน่นอนว่ากาแฟนั้นรับมาจาก Artisan นั่นเอง ส่วนชานั้นก็ใช่ใครที่ไหนร้าน Anteaque ค่ะ เพราะฉะนั้น ถ้าคนนึงชอบกาแฟ อีกคนชอบชา มาร้านนี้ก็จะอิ่มเอมใจกันทั้งสองคนค่ะ

นอกจากนี้ ที่ร้านยังมีฉายหนังทุกวันศุกร์อีกด้วย เมื่อไหร่ที่นึกอยากไปดูก็เช็คได้ล่วงหน้าจากทางเว็บของร้านค่ะ (www.cuthbertscoffee.co.uk) ส่วนมากหนังที่ฉายก็จะเป็นหนังคลาสสิคต่างๆ (สังเกตุเอาจากหลายเดือนที่ผ่านมาน่ะค่ะ) นี่วันศุกร์ที่ 23 มีนานี้ก็มีเรื่อง Breakfast at Tiffany’s ซะด้วย น่าดูค่ะ

ถ้าใครสนใจเรื่องหนังอาจจะต้องจองล่วงหน้านิดนึงนะคะ เพราะว่าเราต้องบอกเค้าว่าเราจะทานบุฟเฟต์ (18/21 ปอนด์ต่อคน) หรือว่าเป็นของหวานกับกาแฟและไวน์ (12.40 ปอนด์ ต่อสองคน) รายละเอียดเพิ่มเติมในเว็บของร้านนะคะ

เขียนแล้วใน ไปมาแล้ว..., Edinburgh, Review | Tagged: , , , , , , | Leave a Comment »

I was born to love you – Queen (แปลเพลง)

Posted by doubleaphrodite บน 11/05/2009

เพิ่งดูซีรี่ส์ญี่ปุ่นเรื่อง Pride ที่มีคิมุระ ทาคุยะ และทาเคอุจิ ยูโกะ นำแสดงจบไปอีกรอบ ดูไปซึ้งไป แล้วก็ให้รู้สึกว่าคนเลือกเพลงประกอบละครนี่ช่างคิดนะ ปกติโดยส่วนมากเพลงประกอบละครแต่ละเรื่อง ถ้าไม่หวานจนเลี่ยนไปเลย ก็เศร้าจนน้ำตาร่วงกันไปเลย หรือไม่ก็ต้องเป็นเพลงป๊อบใสๆวัยกระเตาะ อะไรประมาณนั้น แต่นี่เค้าช่างเลือกเอาเพลงร็อคมาเป็นเพลงประกอบได้อย่างเหมาะเจาะและลงตัว

ว่าแล้วก็เลยเกิดอารมณ์อยากรู้ว่าเพลงนี้ใครร้อง คนร้องเป็นคนยังไง ก็เลยได้รู้ว่าวงที่ร้องเพลงนี้ที่ชื่อวง Queen มีนักร้องน้ำเป็นเกย์ชื่อ Freddie Mercury ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ในปี 1991 ซึ่งเป็นปีที่คนบนโลกยังไม่มีใครรู้จักโรคนี้ดีนัก ไม่มีใครรู้ว่าจะจัดการกับโรคนี้ได้หรือไม่ ยังไง ถึงอย่างนั้นก็เหอะ แม้สาเหตุการตายของเค้าจะตกเป็นข่าวใหญ่โต แต่ว่าแฟนเพลงก็ยังให้การยอมรับและยกย่องเค้าในฐานะนักร้องผู้ยิ่งใหญ่คนนึงอยู่ดี โดยเค้าได้รับการยกย่องให้เป็นดาวร็อคเชื้อชาติเอเชียคนแรกของอังกฤษ (Britain’s first asian rock star) อันเนื่องมาจากว่าเค้าเป็นคนอินเดียนั่นเอง (อ่านเพิ่มเิติมได้ที่นี่)

สิ่งหนึ่งที่เป็นเสน่ห์ของ Freddie Mercury สำหรับเราหลังจากที่ได้ฟังเพลงก็คือ น้ำเสียงที่หนักแน่นเต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ร่วมไปกับเพลง ฟังเพลง I was born to love you ที่เป็นเพลงประกอบซีรี่ส์เรื่องนี้แล้ว รู้สึกฮึกเหิม เหมือนกับว่า เฮ้!! ดูเหมือนว่าเราจะเกิดมาเพื่อรักใครสักคนนะเนี่ย XD ไม่รู้เว่อไปป่าว แต่ยังไงก็ตามเหอะ เพลงนี้เป็นเพลงร็อกอีกเพลงหนึ่งที่ฟังแล้วรู้สึกฟังได้อีกเรื่อยๆ ไม่เหมือนเพลงร็อกอื่นๆที่เคยได้ฟังมา เพราะปกติเป็นคนไม่ชอบเพลงร็อกนั่นเอง

ว่าแล้ว… เราก็มาแปลเพลงกันเล่นๆ ดูเลยดีกว่า เนื้อเพลงเพลงนี้เป็นคำง่ายๆ พูดซ้ำไปซ้ำมา แต่ว่ามีความหมายแอบแฝงอยู่ในนั้นมากมาย แปลให้สวยได้ยากมาก ลองทำดูแล้วก็ยังห้วนๆ ฟังแล้วเป็นมะนาวไม่มีน้ำอยู่ดี แต่ว่าก็ลองแปลมาให้ได้อ่านกันเล่นๆ ใครที่เข้ามาอ่านก็ช่วยปรับแก้ได้นะ

 

I was born to love you                                  ฉันเกิดมาเพื่อรักเธอ
With every single beat of my heart          ด้วยทุกๆจังหวะหัวใจของฉันที่เต้นอยู่
Yes, I was born to take care of you         ใช่ ฉันเกิดมาเพื่อดูแลเธอ
Every single day…                                          ในทุกๆวัน

I was born to love you                                  ฉันเกิดมาเพื่อรักเธอ
With every single beat of my heart          ด้วยทุกๆจังหวะหัวใจของฉันที่เต้นอยู่
Yes, I was born to take care of you         ใช่ ฉันเกิดมาเพื่อดูแลเธอ
Every single day of my life                          ในแต่ละวันของชีวิตฉัน

You are the one for me                                 เธอคือคนที่ใช่สำหรับฉัน
I am the man for you                                     ฉันคือคนที่ใช่สำหรับเธอ
You were made for me                                  เธอถูกสร้างมาเพื่อฉัน
You’re my ecstasy                                          เธอคือความปลาบปลื้มยินดีของฉัน
If I was given every opportunity             หากฉันได้รับมอบโอกาสทุกๆโอกาส
I’d kill for your love                                       ฉันคงต้องตายเพราะรักของเธอ

So take a chance with me                            เมื่อเป็นเช่นนั้น ฉวยโอกาสนั้นไว้ร่วมกับฉัน
Let me romance with you                          ให้ฉันได้เคลิบเคลิ้มด้วยรักไปกับเธอ
I’m caught in a dream                                   ฉันตกอยู่ในความฝัน
And my dream’s come true                        และฝันนั้นก็กลายเป็นจริง
It’s so hard to believe                                   มันยากเหลือเกินที่จะเชื่อ
This is happening to me                               ว่าเรื่องนี้มันกำลังเกิดขึ้นกับฉัน
An amazing feeling                                        ความรู้สึกอันแสนมหัศจรรย์
Coming through –                                           เยื้องย่างมาปรากฏ

I wanna love you                                            ฉันต้องการรักเธอ
I love every little thing about you          ฉันรักสิ่งเล็กสิ่งน้อยทุกสิ่งเกี่ยวกับเธอ
I wanna love you, love you, love you   ฉันต้องการรักเธอ รักเธอ รักเธอ
Born – to love you                                           เกิด… เพื่อรักเธอ
Born – to love yo                                             เกิด… เพื่อรักเธอ
Yes I was born to love you                         ใช่ ฉันเกิดมาเพื่อรักเธอ
Born – to love yo                                             เกิด… เพื่อรักเธอ
Born – to love yo                                             เกิด… เพื่อรักเธอ
Every single day – of my life                       ทุกๆแต่ละวันของชีวิตฉัน

An amazing feeling                                        ความรู้สึกอันแสนมหัศจรรย์
Comin’ through                                               เกิดขึ้นแล้ว

Yes I was born to love you                       ใช่ ฉันเกิดมาเพื่อรักเธอ
Every single day of my life                        ไนทุกๆแต่ละวันของชีวิตฉัน

Go, I love you babe                                      ฉันรักเธอ
Yes, I was born to love you                      ใช่ ฉันเกิดมาเพื่อรักเธอ
I wanna love you, love you, love you  ฉันต้องการรักเธอ รักเธอ รักเธอ
I wanna love you                                          ฉันต้องการรักเธอ
I get so lonely, lonely, lonely                   ฉันเหงา เหงา เหงาเหลือเกิน
Yeah, I want to love you                            ใช่ ฉันต้องการรักเธอ
Yeah, give it to me                                        ได้โปรดให้ความรักกับฉัน

เขียนแล้วใน ลองฟังแล้ว..., แปลๆๆ, Review | Tagged: , , , , , , | Leave a Comment »

แฉภาพเปลือยว่อนเน็ต!! การคุกคามทางเพศอันแสนโหดร้ายต่อผู้หญิง!!

Posted by doubleaphrodite บน 20/03/2009

“ยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน… ยามชังน้ำตาลก็ว่าขม”

ไม่ผิดเพี้ยนไปจากคำพังเพยที่ว่าเลยแม้แต่น้อยสำหรับกรณีการเกิดภาพเปลือยหรือคลิปการมีเพศสัมพันธ์กันว่อนเน็ต ที่หากสามารถสืบสาวราวเรื่องได้แล้วมักจะพบว่าผู้ที่กระำทำการอันแสนโหดร้ายเช่นนี้มักจะเป็นอดีตคนรักของตน ซึ่งต้องการจะแก้แค้นหรือประจานหรือกลั่นแกล้งอย่างใดก็แล้วแต่ให้หญิงสาวได้อับอาย

เป็นระยะเวลานานพอสมควรแล้วที่มีข่าวการปล่อยภาพเปลือยหรือคลิปหลุดของหญิงสาวทางอินเตอร์เน็ตออกมาตามหน้าสื่ออย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเช่น แค่ในหน้าเว็บหนังสือพิมพ์เครือมติชนเพียงวันเดียว (20 มี.ค.52) ก็มีข่าวจำพวกนี้ปรากฏอยู่ถึงสี่เรื่องด้วยกัน แถมยังเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในหลากหลายประเทศด้วย ไม่ว่าจะเป็นกรณีของริฮันน่ากับแฟนหนุ่มคริส บราวน์ กรณีเอมี่ มรกต กรณีนักศึกษาสาวชาวอเมริกัน กรณีนักการเมืองสาวออสซี่ นี่ยังไม่นับรวมถึงข่าวของอาจารย์สาวราชภัฏที่โดนปล่อยคลิปที่ปรากฏในหน้าข่าวของเว็บอื่นอีก หรือกรณีของคลิปและภาพถ่ายในคอมพิวเตอร์ของดาราหนุ่มเฉิินกวนซีกับดาราสาวทั้งหลายที่เคยเป็นข่าวครึกโครมใหญ่โตไปทั่วโลก

matichon20mar09_cut1

 

อ่านข่าวประเภทนี้ทีไรรู้สึกหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก คิดๆดูแล้วหากการกะประมาณคร่าวๆ จะพบว่า กว่าครึ่งของผู้ปล่อยภาพเหล่านี้มักจะเป็นคนที่หญิงสาวเหล่านั้น(เคย)รักและไว้ใจ ให้ทั้งตัวให้ทั้งใจด้วยความเชื่อมั่นในความรักที่ตนมี ณ ตอนนั้น

หลายคนอ่านข่าวแล้วบอกว่า ”น่าสงสาร” บางคนบอก “น่าสมเพช” บางคน “สมน้ำหน้า” ในขณะที่บางคนอาจะบอก “น่าอายแทน” ฯลฯ สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นเพียงความรู้สึกที่เกิดขึ้นเพียงชั่ววูบหลังจากอ่านข่าวจบ แต่จะมีใครคิดบ้างไหมว่ากรณีต่างๆเหล่านี้สะท้อนสภาพปัญหาการคุกคามทางเพศของสังคมไทยขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำอีกในวิธีการปฏิบัติที่ต่างออกไปโดยอาศัยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น

ปฏิเสธได้หรือว่าทุกวันนี้อินเตอร์เน็ตเป็นช่องทางสำคัญสำหรับการติดต่อสื่อสาร การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร แล้วการนำำภาพเช่นนี้มาโพสต์ลงในอินเตอร์เน็ตเช่นนี้เล่าส่งผลอย่างไรกัน หรือนี่คือวิธีการเอาคืนแบบใหม่จากผู้ชายที่กระทำต่อผู้หญิงได้โดยตัวเองไม่เสียหายอะไรมาก หนำซ้ำยังจะได้ความภาคภูมิใจกลับมาอีกด้วยว่า “ข้าได้มันแล้ว!!”

สะท้อนสะเทือนใจเหลือเกินหากจะมีผู้ชายสักคนที่คิดกระทำสิ่งเหล่านี้ด้วยเหตุผลและความรู้สึกเช่นนี้

หรือหากจะมีอีกกระแสหนึ่งที่โจมตีฝ่ายหญิงว่า “ถ่ายทำไม” “ก็อยากถ่ายเอง ช่วยไม่ได้” ความคิดเห็นเช่นนี้สามารถเกิดขึ้นได้ แต่นั่นเท่ากับว่าได้เกิดภาวะของการผลักความรับผิดชอบให้กับเพศหญิงซึ่งต้องตกเป็นเหยื่อจากการปล่อยภาพหรือคลิปเหล่านี้เพียงฝ่ายเดียว เพราะมันสะท้อนให้เห็นว่าผู้แสดงความเห็นได้กล่าวย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงเวลาของการตัดสินใจว่าจะยอมถ่ายหรือไม่ยอมถ่าย ซึ่งแน่นอนว่าต้องการหมายถึงการตัดสินใจของฝ่ายหญิงเพียงฝ่ายเดียว

คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นคือ “เมื่อมีการถ่ายภาพเช่นนี้แล้ว เหตุใดหนอภาระความรับผิดชอบต่อการกระทำจึงต้องตกมาอยู่แก่ฝ่ายหญิงเพียงฝ่ายเดียว ในขณะที่ฝ่ายชายไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา”

และแน่นอนว่าสิ่งที่กำลังพูดถึงภายใต้บทความนี้ก็คือ กรณีการตั้งใจปล่อยภาพโป๊เปลือยและคลิปหลุดต่างๆของหญิงสาวโดยใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Internet นั่นเอง

เขียนแล้วใน สังคม, อ่านแล้ว... | Tagged: , , , , , | Leave a Comment »

“The First Penguin Award”…ใครบอกว่าความล้มเหลวคือความผิดพลาด

Posted by doubleaphrodite บน 19/03/2009

“In a virtual-reality course I taught, I encouraged students to attempt hard things and not worry about failing. At the end of the semester, I presented a stuffed penguin—“The First Penguin Award”—to the team that took the biggest gamble while not meeting its goals. The award came from the idea that when penguins jump in water that might have predators, well, one of them’s got to be the first penguin. In essence, it was a prize for “glorious failure.”

Experience is what you get when you don’t get what you wanted. And it can be the most valuable thing you have to offer.

source : “Randy Pausch’s Last Lecture” in http://wannabeakp.wordpress.com/2008/04/08/the-first-penguin-award/

read more @ http://www.parade.com/articles/editions/2008/edition_04-06-2008/1My_Last_Lecture

 

นิตยสาร art4d พูดถึงเรื่องนี้ไว้นิดนึง อ่านแล้วสนใจเลยมา search หาข้อมูลเพิ่มในเน็ต ได้อ่านข้อความข้างบนแล้วเลยชักอยากอ่านหนังสืเรื่อง “the Last Lecture” ทั้งเล่มดูซะแล้วสิ ดูท่าทางจะเป็นมุมมองดีๆที่ควรจะต้องหามาอ่าน

เขียนแล้วใน อ่านแล้ว..., เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย | Tagged: , , | Leave a Comment »

Bolt!! หมาน้อยพิทักษ์โลก(??)

Posted by doubleaphrodite บน 11/03/2009

 

 

 

 

ได้ไปดูหนังที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีอยู่บนโลกใบนี้ด้วย ด้วยความจำเป็นบางอย่าง ทีแรกก็ชั่งใจอยู่ว่าหรือจะจำใจดู “ความจำสั้นแต่รักฉันยาว” ดี แต่อารมณ์ที่ไปวันนั้นไม่ได้อยากดูหนังรักเท่าไหร่ อยากดูอะไรสนุกๆคลายเครียด ที่สุดแล้วก็มาลงเอยที่ “BOLT” (ซูเปอร์โฮ่ง หัวใจเกินร้อย) หนังการ์ตูนสุนัขพิทักษ์โลก(ซะเมื่อไหร่) หน้าตาบ้องแบ๊ว

ตอนเข้าไปในโรงหนังไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก แค่ต้องการหนังสักเรื่องที่จะช่วยฆ่าเวลาเท่านั้น แต่พอดูไปดูมา เอ๊ะ! ชักเข้าท่าแฮะ! หนังว่าด้วยชีวิตและทัศนคติของหมาตัวหนึ่งที่ชื่อ Bolts เจ้าหมาน้อยตัวนี้ได้รับความรักจากสาวน้่อยวัย 13 ที่ชื่อ Penny มันโตขึ้นมาพร้อมๆกับความเชื่อที่ว่าตัวเองเป็น SuperDog ที่มีพลังความสามารถพิเศษ มีลำแสงสีเขียวพุ่งออกจากตาไว้สู้กับเหล่าร้าย มีพลัง SuperBark ที่สามารถเขย่าแผ่นดินให้สะเทอนเลื่อนลั่นได้ มีแรงขาที่สามารถกระโดดข้ามหลุมได้เป็นสิบๆเมตร… มันเชื่ออย่างนั้นมาตลอดจนกระทั่งมีเหตุให้ต้องระเหเร่ร่อนออกจากอ้อมอกน้องเพนนี

โลกที่ Bolts ใช้ชีวิตอยู่กับ Penny นั้นที่จริงแล้วคือโรงถ่ายละครใน Hollywood นั่นเอง ทุกอย่างที่ Bolts เชื่อว่าจริงล้วนเป็นสิ่งจอมปลอม เมื่อมันอยู่นอกโรงถ่าย มันก็เป็นเพียงหมาน้อยธรรมดาๆตัวหนึ่งเท่านั้น ไม่มีอำนาจ ไม่มีพลัง ที่จะไปต่อกรกับอะไรได้ แต่สิ่งที่ Bolts ยึดมั่นจนกระทั่งทำให้ความตั้งใจบรรลุผลสำเร็จได้ นั่นก็คือ ความเชื่อมั่นในพลังของตัวเองและความมุ่งมั่นอย่างไม่มีสั่นคลอน

เหลียวหันกลับมาดูชีวิตมนุษย์ ดูหนังเรื่องนี้แล้วก็ให้นึกถึงเหล่าเยาวชนที่ยังใช้ชีวิตอยู่ในสถาบันการศึกษาทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมหาวิทยาลัย พวกเขาเหล่านี้คือ Bolts ที่ได้รับการยอมรับจากสังคมอันเนื่องมาจากภาพที่ฉายออกมาจากโรงถ่ายซึ่งก็คือ มหาวิทยาลัย พวกเขาเชื่อว่าพวกเขาคือ SuperDog เขาสามารถทำอะไรก็ได้อย่างที่หวังและ “ปริญญา” เปรียบเสมือนลำแสงสีเขียวหรือ SuperBark ที่จะช่วยกำจัดอุปสรรคต่างๆได้ หากจะเปรียบเทียบกัีนแล้วก็ดูจะคล้ายภาษิตพังเพยที่ว่า “กบในกะลา”

สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ เมื่อพวกเขาเหล่านั้นหลุดออกมาจากโรงถ่ายแล้วนั้น พวกเขาจะเป็นอย่างไร จะสามารถหยัดยืนและต่อสู้กับความเป็นจริงได้มากเท่าที่ Bolts เผชิญหรือไม่

หนังเรื่องนี้หากดูดีแบบ “ดูเอาเรื่อง” แล้วล่ะก็ ได้ข้อคิดสำหรับคนทุกผู้ทุกวัยเลยทีเดียวเชียว

ป.ล. หนังเรื่องนี้ ตัวการ์ตูนน่ารักดีเหมือนกัน

เขียนแล้วใน ดูแล้ว..., Review | Tagged: , , , , , | Leave a Comment »

ว่าด้วย Mag ครั้งที่ 1 : กับ “WAY” Magazine

Posted by doubleaphrodite บน 04/03/2009

 


สองสามวันมานี้ได้อ่าน magazine หลายหัวมากมาย เหมือนเปลี่ยนบรรยากาศการอ่านซะหน่อย หลังจากที่โหมอ่านข่าวตามเน็ต อ่านบล็อก อ่านกระ้ทู้ ฯลฯ อ่านๆๆจนตาลายและเหมือนจะสายตาสั้นเพิ่มขึ้นกับการจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน เลยหันมาโหมกระหน่ำอ่านสื่อสิ่งพิมพ์บ้าง ซึ่งตอนนี้ที่ตามไล่อ่านย้อนหลังตั้งแต่ฉบับแรกก็คือ “Way” magazine วัยสองขวบกว่าๆที่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วลองซื้อกลับมานอนอ่านแล้วติดใจ เหลียวหน้าแลหลังไปมาก็นึกขึ้นมาได้ว่าที่ห้องสมุดสำนักฯเรารับเป็นสมาชิกอยู่นี่นา เพราะคุ้นๆเหมือนว่าเคยเปิดอ่านผ่านๆมาแล้ว ว่าแล้วก็เลยไปค้นๆๆๆ แล้วก็ได้ Way มานั่งอ่านอย่างเป็นการเป็นงาน

ถ้าถามว่าอะไรดลใจให้ตั้งหน้าตั้งตาอ่าน Way ได้ขนาดนั้น คงเป็นเพราะความลงตัวของทุกอย่างที่่ควรมี เนื้อหาที่ไม่เบาและไม่หนักจนเกินไป อาร์ตเวิร์กที่สวยชวนอ่าน คอลัมน์ที่มีความหลากหลายในเล่มแต่กลับยึด Theme ในแต่ละเดือนได้อย่างผสมกลมกลืน อ่านไปอ่านมาสามวันมานี้อ่าน Way ไปได้สี่เล่่มแล้ว และกำลังคิดว่าจะไปรื้อๆมาอ่านอีกสัก 5-6 ้เล่ม ประมาณว่าอ่านเอามันและอ่านเอาเรื่อง
สำหรับใครที่เบื่อ magazine แฟชั่นเนื้อหาชวนเวียนหัวและสร้างแต่กิเลส (ความอยากมีอยากได้) และำเอียนตำราเรียนเนื้อหาหนักๆชวนปวดหัวแล้วล่ะก็ ลองหันมาหยิบจับ Way ไปอ่านเล่นดู เผื่อว่าจะช่วยเปลี่ยนอรรถรสและสร้างแรงบันดาลใจในชีวิตได้บ้าง

คำเตือน : ควรจะรีบลองอ่าน เพราะถ้าเกิดอ่านแล้วติดใจ เดี๋ยวจะต้องมาตามอ่านย้อนหลังเป็นยี่สิบเล่มเหมือนกัน แล้วจะแย่เอา

เขียนแล้วใน อ่านแล้ว..., Review | Leave a Comment »

 
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.