เตรียมตัวเรียนอังกฤษ (กะเค้าซะที)

ตั้งหน้าตั้งตารอมานานกับการที่จะได้ออกไปเรียนนอกบ้านเกิดเมืองนอน ในที่สุดความหวังและความฝันก็เป็นจริง ตอนนี้กระบวนการทุกอย่างก้าวหน้าไปมากกว่าครึ่ง แต่ก็ยังเหลือเรื่องที่ต้องทำอีกเท่ากระบุงโกย -_-” เอาน่า!! สู้ต่อไป!!

การเตรียมตัวไปเรียนต่ออังกฤษเนี่ย ถ้าใครใช้บริการของ agency ก็สบายไปแปดอย่าง (หรืออาจจะมากกว่านั้น) แต่เรามันดันเป็นพวกประเภทไม่ใช้ agency ซะด้วยสิ เลยต้องมาเหนื่อยยากตรากตรำหาข้อมูล ติดต่อ u และทำเรื่องขอวีซ่า ฯลฯ ด้วยตัวเอง โชคดีว่ามีเพื่อนอีกคนที่ก็เป็นโรคเดียวกัน เลยเกิดอารมณ์สองหัวกระเทียมลีบขึ้นมา เหอๆๆ อย่างน้อยก็ไม่ได้ลีบคนเดียวหละนะ

ว่าแล้วก็ทวนกันหน่อย หลักๆสำหรับการเริ่มต้นเตรียมตัวไปเรียนต่อเนี่ย จริงๆแล้วก็ว่าด้วยการสอบภาษาอังกฤษ เพื่อให้มีผลไปยื่นสมัครตาม u ต่างๆ หาที่เรียนให้ได้ จากนั้นก็รอๆๆๆๆ การตอบกลับของสถาบันที่เราสมัครไปว่าเค้าจะให้ conditional/uncoditional offer ถ้าได้ conditional ชีวิตอาจจะยุ่งยากนิดหน่อย แต่ถ้าได้ unconditional offer ชีวิตจะสบายกว่าเยอะ เพราะจะไม่ต้องมาพะวงกะเรื่องการเตรียมภาษาอีกต่อไป คือ uncon เนี่ยหมายความว่าเค้ารับเราโดยไม่มีเงื่อนไขให้ไปเรียนไรเพิ่มแ้ล้ว ไปเริ่มเรียนได้เลย

จากนั้นจึงจะเข้าสู่กระบวนการ(ที่ยากกว่า)ต่อไป ซึ่งก็คือ การขอวีซ่า เหอๆๆ ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมวีซ่า UK ขอยากกว่าวีซ่า US คือก็ไม่เคยไปขอของ US หรอกนะ แต่เวลาเล่าให้คนรู้จักที่เคยไป US ฟัง เค้าชอบบอกว่า โห ทำไมมันยากจัง แล้วอีกอย่างเรามันคนเหนือเนาะ US ยื่นที่เชียงใหม่ได้ แต่ทำไม๊..ทำไม UK ต้องให้ตรูลงมา กทม. ด้วย ไม่ได้ลำบากมากเท่าไหร่หรอก แต่บางทีเวลามันก็ไม่ได้ แบบว่างานก็มีทำอะ ยิ่งช่วงใกล้ไปเรียน ยิ่งต้องอยู่ในช่วงเคลียร์งานเลยอะ

เอาเหอะ ไม่เป็นไร เมื่อเป็นระเบียบของเค้า เราก็ต้องมา

จริงๆแล้ว ปกติถ้าช่วงหยุดหลายวันหรืองานไม่ค่อยมีก็มา กทม. บ่อยอยู่หรอก แต่ช่วงนี้หวัด 2009 มันดันระบาดเนี่ยสิ ไม่อยากเล้ยยย อยากอยู่กะเหย้าเฝ้ากะเรือน เพราะเกิดตรูไปติดหวัดระหว่างการเดินทางขึ้นมา ก็อดไปเรียนต่อซะงั้นดิ เฮ้อออ ว่าแล้วช่วงนี้เลยงัดอาวุธสำคัญมาใช้ระหว่างอยู่ กทม. นั่นก็คือ… หน้ากากอนามัย!! ใส่ตลอดคับ ลงรถไฟใต้ดิน ขึ้นรถเมล์ เข้าห้าง ใส่หมด เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและเพื่ออนาคตด้วย

วกกลับมาเรื่องการขอวีซ่า เป็นขั้นตอนที่ค่อนข้างเครียดเพราะเราจะต้องเตรียมเอกสารทุกอย่างที่เค้าต้องการให้ครบ ถ้าไม่ครบก็ไม่ได้วีซ่า และเอกสารตัวนึงที่เป็น a must!! ก็คือ เอกสารการรับรองการตรวจร่างกายจาก IOM หรือที่หลายคนเรียกกันง่ายๆว่าตรวจปอดนั่นแหละ

ค่าใช้จ่ายก็ไม่ได้มากมายอะไร ค่าตรวจปอด 2600 + ค่าวีซ่า 8410 เบ็ดเสร็จก็ 11,010 บาท แค่นั้นเอง!! โอยยยย ลมจับ ไหนจะรวมค่าเดินทางจากเมืองไกลของตรูอีก นี่ถ้าลงมารอบเดียวก็ไม่เท่าไหร่หรอก แต่อันว่าตัวข้าพเจ้าดันมีปัญหากับปอดของตัวเองเนี่ยสิ เลยต้องลงมาอีกรอบเพื่อเก็บเสมหะ ชีวิตจะเป็นไง ตื่นเต้นแค่ไหน ไว้ค่อยมาเขียนต่อดีกว่า -*-

ป้ายกำกับ:, , , , , , , ,

About doubleaphrodite

An ordinary person enjoys traveling around and learning from the world.

One response to “เตรียมตัวเรียนอังกฤษ (กะเค้าซะที)”

  1. abac says :

    ขอบคุณมากค้าบบบบ
    😉

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: